รู้ว่าตัวเองชอบทำงานเกี่ยวกับคน แต่ก็ชอบทำในแบบที่ไม่เผชิญหน้าแบบกะทันหันมากเกินไป ชอบแบบที่ได้เตรียมตัวมาแล้วว่าจะต้องทำ แต่หลายครั้งก็ทำไปด้วยความเครียด ความตึงพอประมาณ เพราะเราไม่ใช่คนเฉิดฉายที่มั่นใจ อยากจะออกไปล้อเล่นแสงไฟบนเวที
เราเป็นคนที่มั่นคงหนักแน่นและค่อยๆ ขยับย่าง แต่ละก้าวมาจากการค่อยๆ ขยับ มันไม่เคยเกิดขึ้นทันทีทันใด ดังนั้นเราจึงค่อยๆ ขยับให้ดีที่สุด
ชอบความสงบบนโต๊ะทำงาน โต๊ะอ่านหนังสือ ชอบมาตั้งแต่เด็ก ขแให้มีเหอะที่อ่านหนังสือ หลงใหลจนสามารถนอนบนโต๊ะไม้กลิ่นหอมๆ ได้ ไม่รู้เบื่อ นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยทำนู่นนี่ มันแสดงถึงฐานที่มั่นความมั่นคงของเรา
เมื่อรู้ตัวอีกทีเราทำสิ่งที่ต่างออกไปจากที่เราชอบไปไกลเลย แต่ว่ามันก็มาจากพื้นฐานการค่อยๆ ขยับราวกับหอยทากนั่นเอง และฉันก็พึงพอใจกับชีวิต
วันนี้ฉันมั่นใจว่าฉันมีชีวิตรอด พอจะเป็นที่พึ่งพาของคนอื่นได้แน่ๆ ในขณะเดียวกันฉันก็มั่นใจที่จะฟูมฟักชีวิตน้อยๆ ที่อยู่ในความดูแลของฉันได้เช่นกัน
mY liTTle pEnguIn
Monday, October 15, 2018
Tuesday, July 07, 2015
หากเราหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยความสุข
บางทีอาจหลงลืมไปว่าเรามาบนโลกนี้ทำไม
ความทุกข์ จึงเป็นเสมือนเครื่องเตือนเครื่องอยู่
ว่าอย่าหลงอยู่นาน อย่าเพลินความสุข
เมื่อบอกตัวเองว่ามาเพื่อนำพาให้เกิดอะไรบางอย่าง
ชื่อเสียง และความร่ำรวย จะมาเพื่อให้เราได้ทำอะไรบางอย่างได้มากขึ้น
หากอย่าหลงลืม ความทุกข์ ของผู้คนอีกมากมายที่รอการเปลี่ยนแปลงจากเรา
ไม่ได้หวังให้เราช่วยผู้ทุกข์ยาก
แต่หวังว่าเมื่อชีวิตฉันแปรเปลี่ยนความทุกข์ได้สำเร็จทุกเรื่อง
นั่นอาจหมายถึงสิ่งที่ฉันจะสื่อสารออกไปได้อย่างสมบูรณ์ขึ้น
ผู้ที่ประสบความสำเร็จระดับโลกล้วนฝึกฝนตนเอง กว่า 10,000 ชม.
จนสามารถค้นพบความสามารถที่แม้จริงของตนเอง
มันคือทำวันละ 3 ชม. นาน 10 ปี
จนเดินหน้า ลงมือทำ และอดทน
บางทีอาจหลงลืมไปว่าเรามาบนโลกนี้ทำไม
ความทุกข์ จึงเป็นเสมือนเครื่องเตือนเครื่องอยู่
ว่าอย่าหลงอยู่นาน อย่าเพลินความสุข
เมื่อบอกตัวเองว่ามาเพื่อนำพาให้เกิดอะไรบางอย่าง
ชื่อเสียง และความร่ำรวย จะมาเพื่อให้เราได้ทำอะไรบางอย่างได้มากขึ้น
หากอย่าหลงลืม ความทุกข์ ของผู้คนอีกมากมายที่รอการเปลี่ยนแปลงจากเรา
ไม่ได้หวังให้เราช่วยผู้ทุกข์ยาก
แต่หวังว่าเมื่อชีวิตฉันแปรเปลี่ยนความทุกข์ได้สำเร็จทุกเรื่อง
นั่นอาจหมายถึงสิ่งที่ฉันจะสื่อสารออกไปได้อย่างสมบูรณ์ขึ้น
ผู้ที่ประสบความสำเร็จระดับโลกล้วนฝึกฝนตนเอง กว่า 10,000 ชม.
จนสามารถค้นพบความสามารถที่แม้จริงของตนเอง
มันคือทำวันละ 3 ชม. นาน 10 ปี
จนเดินหน้า ลงมือทำ และอดทน
Monday, July 06, 2015
ฝึกฝนตนเอง 1
ตั้งใจว่าเวลาทำงานจะเขียนสะท้อนการเรียนรู้ ทุกครั้งที่ทำงานเสร็จแต่ละงาน
เพื่อฝึกสังเกตและฝึกฝนตนเองในงานกระบวนการ และฝึกเรื่องงานเขียนอีกด้วย
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทำกระบวนการ 3 วัน 2 คืน โดยคิดงานเองเกือบหมด
ก็นับได้ว่าก้าวไปอีกขั้น เหนื่อยทั้งกายและใจ ทำให้คิดว่าทำกระบวนกรหลายๆ คนดีกว่าเยอะ แม้จะขัดอกขัดใจบ้างบางที
เรื่องที่อยากชื่นชมตนเองก็ ไม่ตื่นเต้นมากผ่านไปได้ด้วยดี เตรียมตัวดี พร้อมในการเรียนการสอน
เรื่องที่ต้องปรับปรุง น่าจะเป็นความที่กังวลกับการเรียนรู้มากเกินไป ไวเกินไป ไม่ได้รอให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้มากพอ ใหเขาได้ฝึกประโยคน้อยเกินไป ทำให้ตัวเองพูดมากเกินไป เหมือนเปลี่ยนความคิดประมาณนึงเท่าที่ผ่านมาเรามีสไตล์การสะท้อนผู้เข้าร่วม แต่คราวนี้อาจจะต้องไม่สะท้อนบ้างล่ะ
อยากขอบคุณครูบา อาจารย์และทีมที่ทำใหผ่านไปได้ด้วยดีนะเนี่ย
ดีใจที่มีทีมดี
เพื่อฝึกสังเกตและฝึกฝนตนเองในงานกระบวนการ และฝึกเรื่องงานเขียนอีกด้วย
ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทำกระบวนการ 3 วัน 2 คืน โดยคิดงานเองเกือบหมด
ก็นับได้ว่าก้าวไปอีกขั้น เหนื่อยทั้งกายและใจ ทำให้คิดว่าทำกระบวนกรหลายๆ คนดีกว่าเยอะ แม้จะขัดอกขัดใจบ้างบางที
เรื่องที่อยากชื่นชมตนเองก็ ไม่ตื่นเต้นมากผ่านไปได้ด้วยดี เตรียมตัวดี พร้อมในการเรียนการสอน
เรื่องที่ต้องปรับปรุง น่าจะเป็นความที่กังวลกับการเรียนรู้มากเกินไป ไวเกินไป ไม่ได้รอให้ผู้เข้าร่วมเรียนรู้มากพอ ใหเขาได้ฝึกประโยคน้อยเกินไป ทำให้ตัวเองพูดมากเกินไป เหมือนเปลี่ยนความคิดประมาณนึงเท่าที่ผ่านมาเรามีสไตล์การสะท้อนผู้เข้าร่วม แต่คราวนี้อาจจะต้องไม่สะท้อนบ้างล่ะ
อยากขอบคุณครูบา อาจารย์และทีมที่ทำใหผ่านไปได้ด้วยดีนะเนี่ย
ดีใจที่มีทีมดี
Tuesday, May 26, 2015
ได้ยิน แต่ไม่ได้ฟัง NVC ตอนที่ 2
ในความสัมพันธ์หลายครั้งเรามักบอกตัวเองว่า
เราเข้าใจอีกฝ่าย ที่เป็นเพื่อน หรือเป็นแฟนเราเป็นอย่างดี
จนเผลอตัวไปว่าเราฟัง หรือยินเสียงเขาอยู่ตลอดเวลา
หลายครั้งฉันพบว่าฉันกำลังฟัง ได้ยินเสียงคนรักของฉัน
แต่มันเป็นเสียงที่มาจากความคิดของฉันว่าเขากำลังบอกอะไรแก่ฉัน
ซ้ำๆ เดิมๆ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง น่าเบื่อ น่ารำคาญ
อีกแล้ว อีกแล้ว และอีกแล้ว
นานวันเข้าฉันก็เข้าใจคนรักของฉันแบบที่ฉันคิดเอาเอง
แต่เราอาจไม่เคยอยู่ด้วยกันแบบตัวเป็นๆ เลย
หรือแค่อยู่ด้วยกันทางความคิด
ฉันคิดว่าเธอเป็นอย่างนั้น และเธอก็เลยเป็นอย่างนั้นจริงๆ
มีเพียงฉันเท่านั้นที่พยายามที่ปรับปรุงตัวที่เปลี่ยนแปลง
เพราะฉันได้ฟังแต่เสียงของตัวเอง
ได้ยินแต่เสียงของเธอ
แต่ไม่เคยฟังเธอจริงๆ สักที

การอยู่ตรงนั้นกับคนตรงหน้า
คนที่เรารัก รับรู้เขาอย่างตรงไปตรงมา
ฟังเขาให้ได้ยินเสียงหัวใจของเขา
ฟังเขาอย่างกับที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวของเขามาก่อน
แน่นอนมีบางเรื่องที่ฉันรู้แล้ว และมันก็ไม่ต่างจากเดิม
แต่ที่แน่ๆ วันนี้ที่เขากำลังเล่าเรื่องราวให้ฉันฟัง
มันมีบางอย่างในตัวเขาเปลี่ยนแปลงไป
อาจจะแค่เล็กน้อย แต่มันก็ไม่เคยเหมือนเดิมหรอก
มันสดใหม่เสมอ
แล้วฉันจะยังสามาระดำรงอยู่บนความสัมพันธ์นั้น
รู้จักคนที่ฉันรักใหม่ทุกครั้ง ไ้เรียนรู้กัน
และสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ มันทำให้ฉันยังสามารถรักเขาได้
เหมือนในวันแรกที่เรารู้จักกัน หรืออาจจะรักเขามากขึ้น
เมื่อฉันได้เห็นมุมอื่นๆ ในตัวเขา ได้เห็นหัวใจของเขาเพิ่มมากขึ้น
เราเข้าใจอีกฝ่าย ที่เป็นเพื่อน หรือเป็นแฟนเราเป็นอย่างดี
จนเผลอตัวไปว่าเราฟัง หรือยินเสียงเขาอยู่ตลอดเวลา
หลายครั้งฉันพบว่าฉันกำลังฟัง ได้ยินเสียงคนรักของฉัน
แต่มันเป็นเสียงที่มาจากความคิดของฉันว่าเขากำลังบอกอะไรแก่ฉัน
ซ้ำๆ เดิมๆ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง น่าเบื่อ น่ารำคาญ
อีกแล้ว อีกแล้ว และอีกแล้ว
นานวันเข้าฉันก็เข้าใจคนรักของฉันแบบที่ฉันคิดเอาเอง
แต่เราอาจไม่เคยอยู่ด้วยกันแบบตัวเป็นๆ เลย
หรือแค่อยู่ด้วยกันทางความคิด
ฉันคิดว่าเธอเป็นอย่างนั้น และเธอก็เลยเป็นอย่างนั้นจริงๆ
มีเพียงฉันเท่านั้นที่พยายามที่ปรับปรุงตัวที่เปลี่ยนแปลง
เพราะฉันได้ฟังแต่เสียงของตัวเอง
ได้ยินแต่เสียงของเธอ
แต่ไม่เคยฟังเธอจริงๆ สักที
การอยู่ตรงนั้นกับคนตรงหน้า
คนที่เรารัก รับรู้เขาอย่างตรงไปตรงมา
ฟังเขาให้ได้ยินเสียงหัวใจของเขา
ฟังเขาอย่างกับที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังเรื่องราวของเขามาก่อน
แน่นอนมีบางเรื่องที่ฉันรู้แล้ว และมันก็ไม่ต่างจากเดิม
แต่ที่แน่ๆ วันนี้ที่เขากำลังเล่าเรื่องราวให้ฉันฟัง
มันมีบางอย่างในตัวเขาเปลี่ยนแปลงไป
อาจจะแค่เล็กน้อย แต่มันก็ไม่เคยเหมือนเดิมหรอก
มันสดใหม่เสมอ
แล้วฉันจะยังสามาระดำรงอยู่บนความสัมพันธ์นั้น
รู้จักคนที่ฉันรักใหม่ทุกครั้ง ไ้เรียนรู้กัน
และสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ มันทำให้ฉันยังสามารถรักเขาได้
เหมือนในวันแรกที่เรารู้จักกัน หรืออาจจะรักเขามากขึ้น
เมื่อฉันได้เห็นมุมอื่นๆ ในตัวเขา ได้เห็นหัวใจของเขาเพิ่มมากขึ้น
Monday, May 18, 2015
อารมณ์โกรธกับการใช้ NVC ตอนที่ 1
หลายครั้งเวลาที่โกรธมากๆ
ในหัวจะคิดถึงความรุนแรง
ไม่ว่าจะเป็นคิดถ้อยคำโต้ตอบที่แสนจะเจ็บปวด
หรือคิดท้วงท่าที่อยากจะตบตีทำร้ายร่างกาย
ลึกๆ แล้วอยากทำให้อีกฝ่ายรู้ซะทีว่า
ที่เธอทำอยู่น่ะมันไม่โอเค
เลิกทำอย่างนั้นซะที
หรือช่วยหยุดสิ่งที่กำลังกระทำอยู่เถิด
แล้วช่วยอะไรฉันหน่อย
แต่ในภาวะที่อารมณ์พลุ่งพล่านขนาดนี้
ช่างยากเย็นเหลือเกินที่จะสื่อสารให้อีกฝ่ายได้ยิน
และเราจะเชื่อว่าเขาเข้าใจ
แค่ควมคุมอารมณ์ที่กำลังจะระเบิดอยู่นี้
ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว
ระงับไม่ให้สิ่งที่อยู่ข้างในพุ่งทะยานออกไป
ทำร้ายคนตรงหน้า
การกลับเข้ามาเข้าใจตนเองในภาวะแบบนี้ก็มิใช่เรื่องง่ายเลย
มันเหมือนอะไรที่กำลังตลบอบอวลมากมายไปด้วย
กลุ่มควัน มองไม่ค่อยเห็นอะไร
จะมาหาความเข้าใจตอนนี้อาจจะได้แค่เศษผงฝุ่น
แต่เมื่อฉันตระหนักรู้ถึงความโกรธและระดับของมัน
จุดหมายแรกคือ การมองกลับเข้ามาในความโกรธ
ฉันต้องการอะไร
และเลือกว่าฉันจะทำอะไรต่อไป
นั้นคือจุดหมายที่เหนือกว่าที่เคยเป็นมา
การได้เลือกว่าจะยืนอยู่ที่เดิม
สบถถ้อยคำหยาบคาบออกไป
ประชดประชันอย่างเจ็บแสบ
หยิบฉวยสิ่งของบางอย่างและทำลายมัน
พุ่งออกไปทำร้ายคนตรงหน้าให้วอดวาย
และเลือกสิ่งที่เมื่อเราทำไปแล้วเราสามารถยอมรับมันได้
ในหัวจะคิดถึงความรุนแรง
ไม่ว่าจะเป็นคิดถ้อยคำโต้ตอบที่แสนจะเจ็บปวด
หรือคิดท้วงท่าที่อยากจะตบตีทำร้ายร่างกาย
ลึกๆ แล้วอยากทำให้อีกฝ่ายรู้ซะทีว่า
ที่เธอทำอยู่น่ะมันไม่โอเค
เลิกทำอย่างนั้นซะที
หรือช่วยหยุดสิ่งที่กำลังกระทำอยู่เถิด
แล้วช่วยอะไรฉันหน่อย
แต่ในภาวะที่อารมณ์พลุ่งพล่านขนาดนี้
ช่างยากเย็นเหลือเกินที่จะสื่อสารให้อีกฝ่ายได้ยิน
และเราจะเชื่อว่าเขาเข้าใจ
แค่ควมคุมอารมณ์ที่กำลังจะระเบิดอยู่นี้
ก็เหนื่อยจะแย่อยู่แล้ว
ระงับไม่ให้สิ่งที่อยู่ข้างในพุ่งทะยานออกไป
ทำร้ายคนตรงหน้า
การกลับเข้ามาเข้าใจตนเองในภาวะแบบนี้ก็มิใช่เรื่องง่ายเลย
มันเหมือนอะไรที่กำลังตลบอบอวลมากมายไปด้วย
กลุ่มควัน มองไม่ค่อยเห็นอะไร
จะมาหาความเข้าใจตอนนี้อาจจะได้แค่เศษผงฝุ่น
แต่เมื่อฉันตระหนักรู้ถึงความโกรธและระดับของมัน
จุดหมายแรกคือ การมองกลับเข้ามาในความโกรธ
ฉันต้องการอะไร
และเลือกว่าฉันจะทำอะไรต่อไป
นั้นคือจุดหมายที่เหนือกว่าที่เคยเป็นมา
การได้เลือกว่าจะยืนอยู่ที่เดิม
สบถถ้อยคำหยาบคาบออกไป
ประชดประชันอย่างเจ็บแสบ
หยิบฉวยสิ่งของบางอย่างและทำลายมัน
พุ่งออกไปทำร้ายคนตรงหน้าให้วอดวาย
และเลือกสิ่งที่เมื่อเราทำไปแล้วเราสามารถยอมรับมันได้
Tuesday, December 02, 2014
ขอให้ฉันได้เริ่มต้นใหม่เพื่อไปต่อ
ถ้าเป็นไปได้เราคงอยากทำงานที่เรารัก
นั่นคืองานที่ทำให้เราเข้าถึงคุณค่าที่แท้จริงของตนเอง
และในขณะเดียวกันงานนั้นสามารถเลี้ยงชีพได้ตามความเหมาะสม
ฉันก็ฝันเช่นนั้น
แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้
หรือบางทีเราอาจจะมีเงื่อนไขการปฏิบัติตนที่แตกต่างไป
ทำให้ทั้งสองด้านไม่อาจเชื่อมร้อยกัน
หลายปีมานี้ฉันพบว่าตัวเองเป็นเช่นนั้น
คือได้ทำงานที่รัก
งานกระบวนกรที่สร้างการเรียนรู้การเปลี่ยนแปลง
ทั้งต่อตัวฉันเอง ผู้ร่วมงาน และผู้มาใช้บริการของเรา
อยากเรียกคนที่จ้างเราว่าผู้มาใช้บริการ
เพราะเขาเห็นคุณค่าของงานที่ฉันทำ
จึงตอบแทนเพื่อให้ฉันใช้ชีวิตอยู่รอดในสังคมได้
2-3 เดือนมานี้มันสั่นคลอน ฉันเริ่มไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้
และแน่นอนนอกจากความลำบากทางกายภาพ
ความหวั่นไหวในใจนั้นมีมากกว่าแน่นอน
เริ่มไม่แน่ใจหนทางที่ตัวเองเลือก เริ่มคร่ำครวญ
และโบยตีตัวเองในบางครั้ง
แต่ฉันยังอยากเดินบนทางสายนี้และยังพยายามหาหนทาง
ทำงานไปกับมัน มันคงมีบางอย่างผิดพลาดไปและ
ฉันขอแก้ตัว
ฉันจะใช้มันเป็นโอกาสในการเรียนรู้ที่จะเริ่มต้นใหม่
นั่นคืองานที่ทำให้เราเข้าถึงคุณค่าที่แท้จริงของตนเอง
และในขณะเดียวกันงานนั้นสามารถเลี้ยงชีพได้ตามความเหมาะสม
ฉันก็ฝันเช่นนั้น
แต่จะมีสักกี่คนที่ทำได้
หรือบางทีเราอาจจะมีเงื่อนไขการปฏิบัติตนที่แตกต่างไป
ทำให้ทั้งสองด้านไม่อาจเชื่อมร้อยกัน
หลายปีมานี้ฉันพบว่าตัวเองเป็นเช่นนั้น
คือได้ทำงานที่รัก
งานกระบวนกรที่สร้างการเรียนรู้การเปลี่ยนแปลง
ทั้งต่อตัวฉันเอง ผู้ร่วมงาน และผู้มาใช้บริการของเรา
อยากเรียกคนที่จ้างเราว่าผู้มาใช้บริการ

จึงตอบแทนเพื่อให้ฉันใช้ชีวิตอยู่รอดในสังคมได้
2-3 เดือนมานี้มันสั่นคลอน ฉันเริ่มไม่สามารถเลี้ยงตัวเองได้
และแน่นอนนอกจากความลำบากทางกายภาพ
ความหวั่นไหวในใจนั้นมีมากกว่าแน่นอน
เริ่มไม่แน่ใจหนทางที่ตัวเองเลือก เริ่มคร่ำครวญ
และโบยตีตัวเองในบางครั้ง
แต่ฉันยังอยากเดินบนทางสายนี้และยังพยายามหาหนทาง
ทำงานไปกับมัน มันคงมีบางอย่างผิดพลาดไปและ
ฉันขอแก้ตัว
ฉันจะใช้มันเป็นโอกาสในการเรียนรู้ที่จะเริ่มต้นใหม่
Friday, January 11, 2013
เผชิญหน้าความกลัวด้วยความรัก
คำถามที่ว่าหากเราไม่หนี
หรือต่อสู้
เรามีหนทางใดต่อสู้กับความกลัวได้เล่า
คำตอบของฉันในวันนี้คือ
ความรักความเมตตาอย่างไร
หัวใจแห่งโพธิจิตในตัวเรา
ที่ทำให้เราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับทุกสรรพสิ่ง
ทำให้เราไม่มัวแต่กลัววสิ่งที่เราแยกว่าไม่ใช่ตัวเรา
บางทีความเป็นเด็กดีของฉันนี่ไงเล่าที่ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกหวาดกลัว
เมื่อมันมีอันที่ดีดังนั้นจึงมีสิ่งที่ไม่ดี
ที่คิดว่าเราต้องกำจัดมันออกไป
อาการที่ไม่ควรเกิดขึ้น
ของไม่ดีต่อสุขภาพล้วนทำให้เราหวาดกลัว
สุดท้ายคนที่รู้สึกแย่ที่สุดคือตัวเรา
เราก็ยังคงหนีและต่อสู้กับสิ่งที่เราคิดว่าไม่ดีเหล่านี้
วันนี้ฉันจะฝึกที่จะรักและเมตตาทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันเป็น
และเลิกแปะป้ายว่าอันไหน ควรไม่ควร ดีไม่ดี
เราแค่เฉยๆ เราแค่ยอมรับ
รักและเมตตา
Subscribe to:
Posts (Atom)